ศัลยกรรมตา


ตาสองชั้น

https://1499890.uteeni.com/wp-content/uploads/2019/01/image1-2-596x258.jpg

การผ่าตัดศัลยกรรมตาบริเวณหนังตาบนมีจุดประสงค์ในการทำให้ชั้นตาบนดูมีสองชั้นที่ชัดเจน ไม่มีหนังตาหรือไขมันที่เต็มแน่นเกินไปหรือหย่อนตกลงมาทำให้ดูไม่สวยงามหรือบังการมองเห็น ผู้ที่มีตาชั้นเดียวส่วนใหญ่จะมีหนังตาบนอูมพองหรือหนังตาเยอะตกลงมาเป็นลักษณะที่เป็นมาแต่กำเนิดเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม และเมื่ออายุมากขึ้นหนังตาส่วนนี้ก็ยิ่งตกมากขึ้น รวมทั้งแผงขนตาก็มีลักษณะทิ่มลงไม่ชี้ออกมาด้านหน้าตามปกติ นอกจากนี้ปัญหาหนังตาเยอะยังเกิดกับผู้ทีมีตาสองชั้นอยู่แล้วตั้งแต่เกิดแต่พออายุมากขึ้นหนังตาก็จะย้อยลงมาจนบดบังชั้นตาที่สวยงาม ดูมีอายุ

วิธีผ่าตัดตา 2 ชั้น โดยหลักๆ มีอยู่ 3 ประเภท ดังนี้

  • แบบไมโคร: เป็นการทำตา 2 ชั้นที่มีรอยเปิดเพียง 0.5 – 1 ซม. เท่านั้น จึงทำให้ใช้เวลาพักฟิ้นน้อย และสามารถแต่งหน้าได้ทันที่หลังผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความจำเป็นต้องตัดหนังตาและถุงไขมัน เป็นการผ่าตัดที่นิยมในหมู่ดารา นักแสดง นักธุรกิจหรือผู้ที่ไม่มีเวลาในการพักฟื้น
  • แบบปกติ: เหมาะกับผู้รับบริการทุกเพศทุกวัย เพราะสามารถแจ้งความต้องการแก่ศัลยแพทย์ได้ว่า ต้องการชั้นตาที่บาง (สไตล์เกาหลี) หรือหนา (สไตล์ตาหวานซึ้ง  แต่งตาง่าย) เนื่องจากการทำตา 2 ชั้นแบบนี้ เป็นการเปิดแผลตลอดแนวชั้นตา จะทำให้ได้ชั้นที่คมชัดและอยู่ได้นาน
  • การทำตา 2 ชั้น และแก้หนังตาตก: เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่มีปัญหาเรื่องผิวหนังรอบดวงตาหย่อนยาน จนทำให้ขนตาทิ่มตา และน้ำตาไหลได้ในบางกรณี การแก้ไขหนังตาตกนี้ จะทำให้ผู้รับบริการมองเห็นได้ดีขึ้น ขนตาไม่ทิ่มตา และแลดูสดใส อ่อนกว่าวัย อีกทั้ง แพทย์ผู้ผ่าตัดสามารถปรับชั้นตาให้ดูคมชัด โดยการผ่าตัดหนังบางส่วนออกเพื่อไม่ให้บดบังชั้นตาและการมองเห็น ซึ่งก็จะช่วยให้หางตาที่ตกยกขึ้นได้ด้วย

………………………………………………………………

ข้อควรปฎิบัติก่อนการผ่าตัดหนังตา

1. ควรงดยาที่ลดการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน คูมาดิน วิตามินอี น้ำมันปลา อาหารเสริมหรือสมุนไพรทุกชนิด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำการผ่าตัด ทั้งนี้ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้ให้ยาว่าโรคที่เป็นอยู่ปลอดภัยต่อการงดยาเหล่านั้น

2. ไม่แต่งหน้า ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ หรือใส่เครื่องประดับใดๆมาในวันผ่าตัด

3. ถ้ามีแผล ฝี หรือการติดเชื้อบริเวณใดๆของร่างกายควรแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทราบ

4. กรณีมีโรคประจำตัวเช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน โรคเลือดหยุดยาก ฯลฯ รวมถึงประวัติการแพ้ยาต่างๆ รวมทั้งยาชา ควรแจ้งแพทย์ทราบก่อนการนัดผ่าตัด

………………………………………………………………

ข้อควรปฎิบัติก่อนการผ่าตัดหนังตา

ในขั้นตอนการผ่าตัดทำตา 2 ชั้นนั้น จะใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที โดยแพทย์ จะมีขั้นตอนการผ่าตัดง่าย ๆ คือ

1. ก่อนการผ่าตัดแพทย์อาจจะให้คุณรับประทานยาคลายกังวลจากนั้นจึงฉีดยาชาบริเวณหนังตาด้านบนคุณจะไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างผ่าตัด

2. จากนั้นแพทย์จะแบ่งชั้นเปลือกตาตามตำแหน่งที่วัดไว้ หรือตามความต้องการและความเหมาะสมกับผนังเปลือกตา หากมีไขมันส่วนเกินที่บริเวณเปลือกตา ก็จะตัดไขมันส่วนเกินและผิวหนังเปลือกตาที่บริเวณนั้นออกบางส่วน

3. รอยมีดที่กรีดจะสูงประมาณ 5 มิลลิเมตร หรือมากกว่านั้น ถ้าหากต้องการขนาดใหญ่ จากนั้นจะทำการเย็บกล้ามเนื้อที่ยกเปลือกตา (Levator Muscle) แล้วดึงผิวหนังตาให้พับตัวกลายเป็น 2 ชั้น ตามที่ต้องการ

4. แล้วแพทย์ก็ทำการเย็บในบริเวณที่กรีดด้วยไหมเส้นเล็กมาก เพื่อให้เห็นรอยเย็บน้อยที่สุด ส่วนรอยกรีดหลังการผ่าตัดตา 2 ชั้นนั้น จะซ่อนอยู่ในชั้นตาที่สร้างขึ้นใหม่ จึงทำให้ไม่เห็นรอยแผลใด ๆ เวลาลืมตาตามปกติ

………………………………………………………………

ข้อควรปฎิบัติหลังการผ่าตัดหนังตา

1. ห้ามไม่ให้แผลโดนน้ำประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อ ให้ทำความสะอาดแผลผ่าตัดโดยการเช็ดเบาๆด้วย ไม้พันสำลีสะอาดชุบน้ำต้มสุก หรือน้ำเกลือล้างแผล จนหมดคราบสะเก็ดเลือด จากนั้นป้ายแผลด้วยขี้ผึ้งสำหรับป้ายตา อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

2. ประคบเย็นที่บริเวณแผลผ่าตัดด้วย Cold Pack Gel หรือ ถุงน้ำแข็ง ห่อด้วยผ่าขนหนูสะอาด ระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำ ประมาณ 1-2 วัน

3. ถ้ามีเลือดออกซึมจากแผลให้รีบกดไว้และใช้ความเย็นหรือน้ำแข็งประคบไว้ทันที

4. หลังผ่าตัดวันแรกและวันต่อมาควรนอนพักให้ศีรษะสูง หลังจากนั้นจึงสามารถทำกิจวัตรประจำวันเบาๆได้ตามปกติ ไม่ควรยกของหรือทำงานหนัก ไม่ควรออกกำลังกายหนัก และระวังการกระทบกระเทือนแรงๆ

5. ใน 3-4 สัปดาห์แรก ห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด หลีกเลี่ยงการโดนแดด ฝุ่น และสิ่งสกปรก และควรใส่แว่นตาเพื่อป้องกันไว้

6. รับประทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่ง และ รับประทานยาแก้ปวดเมื่อมีอาการปวดแผลผ่าตัด

7. แพทย์จะนัดมาตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ 5-7 วัน

………………………………………………………………

อาการที่ควรมาพบแพทย์ทันที

  • มีเลือดออกจากแผลผ่าตัดมากและไม่หยุด
  • มีอาการปวดตามาก
    การผ่าตัดหนังตาเป็นการผ่าตัดเล็กที่ไม่ยุ่งยาก ฉีดยาชาเพียงเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน ผู้รับการรักษาสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด หลังจากตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ1สัปดาห์ ตาจะเริ่มบวมลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งดูเป็นปกติใน 1ถึง 2 เดือน
    บางคนอาจถามหมอว่า  ทำตา 2 ชั้น แล้วจะมีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่า? หมอขอตอบอย่างนี้นะครับ ในการทำตา 2 ชั้นก็อาจพบผลข้างเคียงได้บ้าง เช่น มีอาการฟกช้ำ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่จะเกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก ซึ่งในการผ่าตัดก็ต้องมีอาการฟกช้ำบวมเป็นธรรมดา แต่หากคุณดูแลได้อย่างถูกต้อง เพียงแค่
    2 – 3 สัปดาห์ รอยฟกช้ำก็จะหายไปหมดเกลี้ยงไม่เหลือร่องรอยให้สังเกตได้

    อีกเรื่องคือ ชั้นตาไม่เท่ากัน บางคนถึงกับมาโวยวายกับหมอว่า ผ่าตัดแล้วทำไมชั้นตาไม่เท่ากัน จริงๆโดยธรรมชาติแล้วคงไม่มีใครมีอวัยวะสองข้างเท่ากันเปี๊ยบ แต่มักจะต่างกันไม่มากนัก เช่นเดียวกับตา 2 ชั้น ซึ่งหลังการผ่าตัดในระยะแรกอาจจะมีการบวมที่ไม่เท่ากันได้ จึงทำให้ชั้นตาดูต่างกันหรือสูงไม่เท่ากันได้ หากเราเข้าใจถึงธรรมชาติของเนื้อเยื้อว่าต้องให้อาการยุบบวมหายเป็นปกติก่อน คุณจึงจะได้ชั้นตาที่เท่าๆกัน และสวยสมใจในที่สุด ดังนั้นคุณจึงต้องใจเย็นๆและหมั่นดูแลตัวเอง พร้อมทั้งปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำ

………………………………………………………………


ศัลยกรรมตัดถุงไขมันใต้ตา

https://1499890.uteeni.com/wp-content/uploads/2019/01/image2-344x194.png

ถุงไขมันใต้ตาเกิดจากการป่องนูนของไขมันบริเวณใต้ดวงตา ซึ่งปกติจะถูกกั้นไว้ด้วยกล้ามเนื้อเปลือกตาที่แข็งแรงทำให้ดูเรียบตึง แต่ถ้าขาดการดูแล เกิดความ เครียด รวมถึงอายุที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ไขมันส่วนนี้ค่อยๆ นูนออกมาทีละน้อย จนสังเกตเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดถุงไขมันใต้ตา คือ การผ่าตัดนั่นเอง

………………………………………………………………

วิธีผ่าตัดถุงใต้ตา มี 2 วิธีดังนี้

  • การเปิดแผลด้านนอก
  • เป็นวิธีการผ่าตัดที่ลงแผลติดกับขนตาทางด้านผิวหนัง มีข้อเสียเล็กน้อย คือ จะมีแผลเป็นติดกับขนตา แต่เมื่อแผลเป็นหายดีจะเห็นไม่ชัด วิธีนี้สามารถใช้ตัดผิวหนัง ไขมัน และกล้ามเนื้อส่วนเกินได้ ทำให้สามารถลดรอยย่นใต้ตาได้
  • การเจาะเก็บถุงไขมันตาล่างผ่านทางเยื่อบุหนังตา
  • ในกรณีที่ตาล่างมีถุงไขมันเพียงอย่างเดียว เปลือกตาไม่ได้หย่อนด้วย แพทย์สามารถเจาะเก็บไขมันจากด้านในเปลือกตาได้โดยไม่มีแผลด้านนอก แต่ถ้ามีเปลือกตาย่นด้วย จะทำให้รอยย่นมีมากขึ้นและต้องใช้วิธีลดความหย่อนร่วมด้วย เช่น การใช้เลเซอร์ลอกผิวหรือต้องตัดหนังตาล่างออกในภายหลัง
  • วิธีนี้ มีข้อดีตรงที่ไม่มีแผลภายนอก ผ่าตัดโดยใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์ แต่จะไม่สามารถตัดแต่งหนังตาได้ จึงเหมาะกับผู้มีไขมันมากแต่ไม่ต้องการตัดแต่งหนังตา

………………………………………………………………

ก่อนการผ่าตัดถุงใต้ตาควรเตรียมตัวอย่างไร

คนไข้ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัดถุงใต้ตา สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเกี่ยวกับหัวใจ ความดัน และเบาหวาน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อให้แพทย์ประเมินก่อนและต้องได้รับคำอนุญาตจากแพทย์จึงเข้ารับการผ่าตัดได้ ควรงดรับประทานอาหารเสริม วิตามินบำรุงต่างๆ ก่อนเข้ารับการผ่าตัดถุงใต้ตาประมาณ 2 สัปดาห์ และควรงดการดื่มสุราและสิ่งของมึนเมาก่อนเข้ารับการผ่าตัด 1-2 วัน และควรงดสูบบุหรี่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 1 เดือน การผ่าตัดถุงใต้ตาเหมาะกับผู้ที่มีถุงใต้ตามาก หย่อนคล้อย แม้ใช้ครีมลดถุงใต้ตาก็ไม่ดีขึ้น การผ่าตัดถุงใต้ตาจะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดและได้ผลดีมากกว่าค่ะ

………………………………………………………………

การผ่าตัด

เริ่มจากฉีดยาชาบริเวณผนังเปลือกตาล่าง อาจร่วมกับการให้ยานอนหลับอย่างอ่อนๆ จากนั้นผ่าเปิดผิวหนังเป็นลักษณะเส้นยาวตรงบริเวณหนังตาล่างที่อยู่ขอบใต้ขนตา เพื่อตัดเอาถุงไขมันส่วนเกินที่อยู่ภายใต้หนังตาล่างออก แล้วตัดเย็บกล้ามเนื้อและผิวหนังบริเวณเปลือกตาล่างที่หย่อนให้เรียบตึง ปิดท้ายด้วยการเย็บปิดแผลด้วยไหมเส้นเล็ก โดยจะซ่อนอยู่ชิดกับขนตาล่าง

………………………………………………………………

วิธีดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมตา

1. ในวันผ่าตัดไม่ควรขับรถไปเอง ควรชวนใครไปเป็นเพื่อนหรือเรียกแท็กซี่ เพราะเมื่อผ่าตัดเสร็จจะยังใช้สายตาไม่สะดวก

2. พกแว่นกันแดดติดตัวไปด้วยในวันผ่าตัด เพื่อใช้อำพรางดวงตาและป้องกันแสงแดด

3. นอนหนุนหมอนสูง 2-3 ใบ ในช่วงวันแรกหลังผ่าตัด

4. ในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด ให้ประคบเย็นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตา โดยประคบ 15 นาที เว้น 15 นาที เพื่อช่วยห้ามการไหลซึมของเลือด

5. ทานยาแก้อักเสบและลดบวม หากเกิดอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ หลีกเลี่ยงการดื่มของมึนเมา เนื่องจากจะมีผลทำให้แผลหายช้าและนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

6. หลังการผ่าตัด 24 ชั่วโมง สามารถทำความสะอาดแผลได้ โดยใช้สำลีก้อนชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆ บริเวณแผลที่เปลือกตาและซับให้แห้ง แล้วทายาเคลือบแผลตามแพทย์สั่ง

7. ไม่ควรล้างหน้าในช่วง 3 วันแรกหลังทำ เพื่อให้แผลแห้งและหายเร็ว

8. วันที่ 4 หลังผ่าตัดให้เริ่มประคบด้วยน้ำอุ่นบริเวณหน้าผากและรอบดวงตา โดยประคบ 15 นาที เว้น 15 นาที จะช่วยลดอาการบวมและเขียวช้ำได้

9. พยายามอย่ากะพริบตาถี่เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบวม

10. ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะมีผลต่อการเพิ่มความดันในดวงตา เช่น การเล่นกีฬาทุกประเภท การก้ม การยกของหนักหรือแม้แต่การร้องไห้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการออกแดด และสวมแว่นกันแดดเสมอจนกว่าแผลจะหายเป็นปกติ

11. ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทุกอย่างที่ต้องใช้สายตา เช่น อ่านหนังสือนานๆ การใช้คอมพิวเตอร์ และการใส่คอนแทคเลนส์ เนื่องจากทำให้ตาแห้งได้

12. ไม่ควรขยี้ตาแรงในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังจากทำ บางคนอาจจะมีขี้ตามากกว่าปกติ และรู้สึกตึงหนังตาบนบ้าง ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายเป็น ปกติภายใน 1 สัปดาห์

13. ในช่วงแรก ชั้นตาจะยังดูบวม หนา ไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งจะค่อยๆ ยุบลงไปเรื่อยๆ แล้วจะสามารถเห็นชั้นตาที่สวยงามในสัปดาห์ที่ 4 และจะหายสนิทในระยะเวลา 1 – 3 เดือนหลังผ่าตัด

https://1499890.uteeni.com/wp-content/uploads/2019/01/image3-457x110.png

………………………………………………………………


เอลิแกนซ์ คลินิก By หมอภูเบศ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :

Tel : 094-294-9329, 094-264-6232

Line ID: @eleganceclinic (มี@นำหน้า)

FB : เอลิแกนซ์ คลินิก Cosmetic Surgery

fb inbox: m.me/EleganceClinicTH