ศัลยกรรมคาง


เสริมคาง

https://1499890.uteeni.com/wp-content/uploads/2018/11/image12-470x313.jpg

“คาง ” เป็นอีกจุดสำคัญของใบหน้า การเสริมคางจึงเป็นการปรับเส้นโค้งให้เหมาะสมลงตัว เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับใบหน้า การเสริมคางมีจุดประสงค์เพื่อทำให้คางที่เล็กหรือถอยไปด้านหลังมากเกินไปยื่นออกมาด้านหน้ามากขึ้น หรือถ้ายื่นเกินไปก็ต้องทำให้กลับเข้ามาให้เข้ารูปมากที่สุด 

………………………………………………………………

เสริมคางด้วยซิลิโคน

คือ การศัลยกรรม ปรับรูปทรงหรือขนาดของคางให้ดูดีขึ้น อาจทำโดยการเสริมวัสดุหรือปรับรูปทรงของกระดูกบริเวณนั้นให้เข้าที่มากขึ้นคางที่สวยได้รูปมีส่วนช่วยให้ใบหน้าดูสวยโดดเด่นได้อย่างไร มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องทำคาง ทำไมสาวๆ ถึงนิยมทำกันนัก แล้วทำอย่างไรให้สวยและปลอดภัย เรามาดูข้อมูลกัน

………………………………………………………………

เสริมคางด้วยวิธีใดได้บ้าง???

ฉีดสาร

โดยใช้ไขมันตัวเอง ด้วยการนำไขมันจุดด้อยมาเสริมให้เป็นจุดเด่น คุณหมอจะดูดไขมันจากต้นขา หน้าท้อง หรือสะโพก ซึ่งเป็นบริเวณที่ร่างกายมีไขมันมากและดีที่สุด นำมาปั่นเพื่อคัดแยกไขมันที่บริสุทธิ์ แล้วฉีดกลับเข้าไปบริเวณที่ต้องการ ต้องดูรูปหน้าโดยรวมด้วยว่า จะต้องฉีดเข้าไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งวิธีนี้มีความปลอดภัยสูงและไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ไขมันนี้สลายเร็ว ฉีดครั้งแรกจะอยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน จากนั้นต้องกลับมาฉีดซ้ำ ซึ่งครั้งที่ 2 จะอยู่ได้อีกประมาณ 2 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองด้วยวิธีนี้เหมาะกับคนที่มีใบหน้าได้รูปพอสมควรอยู่แล้ว แค่อยากจะทำให้ดูหวานและมีมิติขึ้น แต่ไม่เหมาะกับคนคางน้อยหรือคางหุบเข้าไป

ฉีดด้วยฟิลเลอร์

เป็นวิธีที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารที่ไม่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ไม่มีพิษ เข้าได้กับเนื้อเยื่อ อยู่ได้นาน เห็นผลทันใจ และง่ายสำหรับการฉีด ฟิลเลอร์ที่ฉีดจะอยู่ได้นานเท่าไรขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ เทคนิคการฉีดของแพทย์และการดูแลตัวเองหลังฉีด แต่ยังไม่มีรายงานว่า การโดนความร้อน เช่น ซาวน่าหรืออาบน้ำอุ่นทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น

ภาพของกรามทั้งหมดก่อนว่า มีความผิดปกติที่ส่วนอื่นร่วมด้วยหรือไม่ จะได้แก้ไขปัญหาให้ถูกจุดหรือรักษาร่วมกันได้ ความผิดปกติที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แก่

  • การสบฟัน คางที่เล็กนั้นบางครั้งมีสาเหตุมาจากกระดูกกรามที่เล็กและถอยร่นไปด้านหลังมากจนผิดปกติ การขบเคี้ยวจึงมีปัญหาไปด้วย ดังนั้น รักษาโดยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดเลื่อนกราม อาจเป็นการรักษาที่ถูกต้องมากกว่าการเสริมคางอย่างเดียว
  • กระดูกกรามและส่วนอื่นมีความผิดปกติด้วย เช่น ขนาดของกระดูกกรามด้านหลัง มีความยื่นหรือยาวผิดปกติหรือไม่ บางครั้งคนไข้มีปัญหาเรื่องกรามเอียง ก็ควรทำการรักษาให้เรียบร้อยก่อนเสริมคาง ไม่อย่างนั้นอาจทำให้เห็นอาการกรามเอียงชัดเจนยิ่งขึ้น
  • ขนาดของคาง ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ ไม่ใช่ว่าจะเสริมขนาดเท่าไหร่ก็ได้ เพราะถ้าเสริมขนาดใหญ่เกินไปอาจมีปัญหาต่อผิวหนังและกระดูกคางในระยะยาวได้ ดังนั้นหากคางเดิมเล็กมาก การผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างของกระดูกคางอาจจะเป็นคำตอบที่ดีกว่าการเสริมคาง
https://1499890.uteeni.com/wp-content/uploads/2018/11/image3-652x225.jpg

เสริมคางด้วยซิลิโคน

คือ กระบวนการศัลยกรรมที่มุ่งปรับรูปทรงหรือขนาดของคางให้ดูดีขึ้น อาจทำโดยการเสริมวัสดุหรือปรับรูปทรงของกระดูกบริเวณนั้นให้เข้าที่มากขึ้นคางที่สวยได้รูปมีส่วนช่วยให้ใบหน้าดูสวยโดดเด่นได้อย่างไร มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องทำคาง ทำไมสาวๆ ถึงนิยมทำกันนัก แล้วทำอย่างไรให้สวยและปลอดภัย เรามาดูข้อมูลกัน

คำเตือน! ไม่อยากหน้าพังอย่าคิดฉีดซิลิโคนเหลว

หลายคนคงเคยได้ยินข่าวดาราหรือพริตตี้ฉีดซิลิโคนแล้วไหล ย้อย เน่า ต้องไปให้หมอเอาออก ซึ่งวิธีการก็คือขูดซิลิโคนที่อยู่ติดกับคางเราให้เรียบ ซึ่งจะเจ็บปวดทรมานมาก ผลที่ตามมาคือ คางเหี่ยว ปากเบี้ยว เพราะฉะนั้นแนะนำให้ใช้วิธีเสริมซิลิโคนจะปลอดภัยที่สุด!!!

………………………………………………………………

เสริมซิลิโคน

การเสริมคางด้วยซิลิโคนแท่งถือเป็นวิธีที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เป็นซิลิโคนชนิดเดียวกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มีทั้งแบบที่ขึ้นรูปมาแล้วจากโรงงานแล้วนำมาตกแต่งนิดหน่อยก่อนเสริมเข้าไป และชนิดที่แพทย์ต้องเหลารูปขึ้นมาเองให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน ขึ้นอยู่กับความถนัดของแพทย์ว่าจะใช้แบบไหน

………………………………………………………………

การผ่าตัดเพื่อเปิดแผลมี 2 แบบ คือ แผลด้านในและนอกช่องปาก ซึ่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันดังนี้

  • เปิดแผลภายในช่องปาก

ข้อดี

ไม่มีแผลเป็น เพราะมองไม่เห็นแผลจากภายนอก

ข้อเสีย

แม้มองไม่เห็นแผลภายนอก แต่แผลในปากที่อยู่ติดกับร่องเหงือกจะไม่ค่อยสวยและเห็นชัด มีโอกาสติดเชื้อสูง เพราะในช่องปากมีน้ำลายตลอดเวลา และตอนทานอาหาร เศษอาหารอาจตกลงไปตามขอบแผลได้ การวางซิลิโคนไว้ให้ติดกับกระดูกกรามล่างนั้น มีโอกาสเคลื่อนที่และไม่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการได้ อาจเกิดปัญหากับกล้ามเนื้อคางและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ ส่งผลให้มีการหดตัวของกล้ามเนื้อคาง เมื่อมองจากภายนอก ผิวหนังอาจดูไม่เรียบเนียนได้ มีพื้นที่ในการผ่าตัดค่อนข้างจำกัด ต้องกรีดเปิดแผลในปากค่อนข้างยาวเพื่อวางซิลิโคน ทำให้เนื้อเยื่อช้ำและมีเลือดออกมาก การเย็บปิดแผลก็ค่อนข้างยุ่งยาก เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ยาก เพราะแผลเย็บในปากมีมากแล้ว การผ่าตัดซ้ำอีกก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแผลมากขึ้น

………………………………………………………………

  • เปิดแผลภายนอกช่องปาก

ข้อดี

1. มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าการเปิดแผลในช่องปาก

2. กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เพราะแพทย์สามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาทเพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกกรามได้โดยตรง

3. เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายกว่า เพราะสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลภายนอกได้เลย

4. สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย

ข้อเสีย

1. มีแผลเป็นเล็กน้อย ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร

2. การเปิดแผลภายนอกไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid)

………………………………………………………………

T-Way เทคนิค By หมอภูเบศ

ขั้นตอนการผ่าตัด

1. ฉีดยาชาบริเวณคาง

2. เปิดแผลภายในปาก บริเวณซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง จากนั้นแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา แล้ววางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ

3. เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย

………………………………………………………………

วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

1. ประคบเย็นบริเวณคางจนกว่าจะยุบบวม

2. นอนยกศีรษะสูงใน 2 วันแรก

3. อย่ายิ้มกว้างมากในช่วงแรก

4. งดอาหารที่มีลักษณะแข็งมากและรสเผ็ดจัด

5. ดื่มน้ำโดยใช้หลอด

6. หลีกเลี่ยงของหมักดอง ปลาดิบ หรืออาหารที่มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย

7. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ใน 2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด

8. บ้วนปากบ่อยๆ ด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปาก

9. งดออกกำลังกายหนัก 10 วัน

10. สามารถแกะพลาสเตอร์ปิดแผลออกได้ภายใน 3-5 วัน

11. แพทย์จะนัดดูอาการหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์

………………………………………………………………

เอลิแกนซ์ คลินิก By หมอภูเบศ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ >>

Tel : 094-294-9329, 094-264-6232 

Line ID: @eleganceclinic (มี@นำหน้า)

FB : เอลิแกนซ์ คลินิก  Cosmetic Surgery

fb inbox: m.me/EleganceClinicTH