บทความศัลยกรรม

 โรคอ้วนมีสาเหตุอย่างหนึ่งคือเกิดจากการรับประทานอาหารที่เกินความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้เรามีรูปร่างไม่สมสัดส่วนตามที่ต้องการ ดังนั้นการออกกำลังกายควบคู่กับควบคุมอาหารคือวิธีแก้ที่ดีที่สุด แต่นั่นหมายถึงต้องใช้ความอดทนและใช้เวลา รวมทั้งวินัยการรับประทานอย่างเคร่งครัดพอสมควร เพราะฉะนั้นวิธีที่จะช่วยสลายไขมันให้ลดลงได้รวดเร็วทันใจโดยไม่ต้องผ่าตัด อย่างเช่นการทำ Meso Fat ย่อมเป็นที่นิยมได้ไม่ยากอย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว

ทำความรู้จักการทำ MESO FAT ว่าคืออะไร

การทำ Meso Fat เป็นวิธีที่แพทย์ใช้การฉีดตัวยาในกลุ่มของ Phosphatidylcholine, Deoxycholate, Dexpanthenol, L-carnitine, Amino acid หรือ Minerals สารเหล่านี้เป็นสารสกัดจากถั่วเหลืองหรือไข่แดงและวิตามินอีกหลายชนิด โดยจะฉีดเข้าสู่ผิวหนังลึกเข้าไปในชั้นไขมัน และสามารถสลายออกจากร่างกายได้ เนื่องจากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ

เมื่อฉีดสารสำคัญเข้าไปในจุดที่ต้องการลดไขมันแล้ว สารนี้จะช่วยสกัดการสะสมของไขมันและทำให้ไขมันเหล่านี้สลายตัวออกมา ช่วยให้เลือดและระบบต่อมน้ำเหลืองไหลเวียนสะดวกยิ่งขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ มีความแข็งแรงและกระชับขึ้น โดยไขมันที่สลายออกมานั้นจะอยู่ในรูปของไขมันเหลว และถูกขับออกมาทางปัสสาวะกับทางอุจจาระ

การทำ MESO FAT ใช้กับบริเวณใดบ้าง

การทำ Meso Fat มักนิยมทำที่บริเวณแก้ม เพื่อปรับใบหน้าให้แลดูเรียวร่วมกับการฉีดโบทอกซ์ และยังนิยมทำตรงไขมันส่วนเกินบริเวณต้นแขน ต้นขา คาง พุง สะโพกหน้าท้อง น่อง หรือแม้แต่บริเวณเต้านม

ข้อดีของการทำ MESO FAT

ถึงแม้ว่าจะเป็นวิธีที่ยังไม่มีการรับรองผลอย่างชัดเจน แต่การทำ Meso Fat ก็สามารถช่วยขจัดไขมันส่วนเกินและปรับรูปหน้าหรืออวัยวะให้สมส่วนดูดีได้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีแต่ไม่สามารถลดไขมันได้ด้วยวิธีอื่น

ข้อเสียของการทำ MESO FAT

บางรายอาจมีการแพ้สารที่ฉีดหรือเกิดการติดเชื้อในบริเวณที่ฉีด ผิวหนังบริเวณที่ฉีดมีการเปลี่ยนแปลงหรือเกิดรอยช้ำ เกิดแผลเป็นและอาจเป็นโรคชั้นไขมันอักเสบ

ราคาของการทำ MESO FAT

ส่วนใหญ่มักจะคิดราคาเป็นจุดๆ เฉพาะส่วน รวมทั้งจำนวนที่ฉีดเป็นยูนิตด้วย ราคาการทำ Meso Fat จะอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 13,000 บาท ซึ่งมีความแตกต่างกันไปจากการทำโปรโมชั่น หรือการให้ส่วนลดจากการทำเป็นคอร์สอีกด้วย

วิธีดูแลตนเองหลังการทำ MESO FAT

  • การทำ Meso Fat เป็นการสลายก้อนไขมันให้กลายเป็นไขมันเหลวแล้วถูกขับออกทางปัสสาวะ ดังนั้นหลังการทำจำเป็นจะต้องดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อให้มีการขับไขมันออกมากที่สุด
  • ช่วงที่เว้นจากการทำ Meso Fat ควรทำ RF ควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยเร่งไขมันให้ออกได้เร็วขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อมีความกระชับและไม่หย่อนคล้อย ซึ่งอาจจะเสริมด้วยการตีสลายไขมันด้วยเครื่อง Slimming Machine และควรอบตัวด้วยตู้อบอินฟราเรดในการสลายไขมันอีกด้วย
  • ควรออกกำลังกายเบาๆ อย่างเช่นโยคะหรือการเดินเพียงสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อช่วยให้ไขมันสลายออกไปได้เร็วขึ้น
  • หลังการทำ Meso Fat อาจมีรอยฟกช้ำ จึงควรหลีกเลี่ยงการอบซาวน่า การทำทรีทเม้นต์ทุกชนิด การนวด และไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 1 สัปดาห์

ข้อควรระวังในการทำ MESO FAT

เนื่องจากเป็นเทคนิคทางการแพทย์เฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการความสวยความงาม ดังนั้นบุคคลดังต่อไปนี้จึงไม่ควรทำเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

  • สตรีที่กำลังอยู่ในช่วงตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลิน ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดผิดปกติต่างๆ อย่างเช่นเส้นเลือดตีบ ผู้ที่เป็นโรคเลือด โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ

การทำ Meso Fat อาจไม่ได้ทำให้เกิดผลเสียมากมาย แต่ก่อนการทำเราก็ควรจะต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีเสียก่อน รวมทั้งต้องเลือกทำเฉพาะผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังเท่านั้น และเรายังต้องแจ้งประวัติส่วนตัวเกี่ยวกับการแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัวต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นข้อมูลที่ทำให้เราต้องระมัดระวังในการตัดสินใจที่จะทำมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้นั่นเอง